«

»

Jul 07

คามู คามู

ผศ.ดร.เอกราช บำรุงพืชน์ ประธานฝ่ายวิชาการชมรมโภชนวิทยามหิดล กล่าวว่า ศัตรูของสุขภาพและผิวพรรณ มาจากอนุมูลอิสระ ที่ร่างกายผลิตขึ้นเองในแต่ละวัน รวมไปถึงมลพิษต่างๆ จากสิ่งแวดล้อม เช่น ฝุ่นละอองทางอากาศ ควันรถควันบุหรี่ แสงแดด ความเครียด โดยทั่วไปร่างกายสามารถขจัดอนุมูลอิสระได้เพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น จึงต้องอาศัยตัวช่วยจากอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระที่ได้จากธรรมชาติ เช่น วิตามินซี วิตามินอี เบต้า-แคโรทีน และซีลีเนียม ช่วยป้องกันเซลล์จากการถูกอนุมูลอิสระทำลายและนำไปสู่ความเสื่อมก่อนวัย เช่น ริ้วรอยเหี่ยวย่นของผิว โรคหัวใจและหลอดเลือด รวมทั้งโรง มะเร็งบางชนิด เป็นต้น ซึ่งผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงอันดับต้นๆได้แก่ พรุน บลูเบอร์รี่ และคามูคามู
ปัจจุบัน คามูคามู ได้รับการพูดถึงมาก เพราะได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดผลไม้ที่มีผลการวิจัยทางการแพทย์ยืนยันว่าเป็นแหล่งของวิตาซีสูงสุดในบรรดาผลไม้ทั้งหมด มีแหล่งกำเนิดในแถบอเมริกาใต้ ผลสุกมีสีม่วงแดงเข้มรสเปรี้ยว นักวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์จากทั่วโลกได้ให้ความสนใจกับผลไม้คามูคามู เนื่องจากพบว่า คามูคามู ให้กรดอะมิโน วิตามิน และเกลือแร่ที่จำเป็น เช่น โพแทสเซียม แคลเซียม เหล็ก ฟอสฟอรัส และมีสารในกลุ่มโพลีฟีนอล และแคโรทีนอยด์ จำพวก ลูทีน ซีแซนทีน และเบต้า-แคโรทีนสูง
โดยมีผลการวิจัยพบว่า ผลไม้คามูคามูให้วิตามินซีสูงถึง 2,400-3,000 มิลลิกรัมต่อเนื้อผลสด 100 กรัม ซึ่งมากกว่าปริมาณของวิตามินซีในส้มถึงประมาณ 60 เท่า เมื่อเทียบกับมะนาวก็พบว่ามีปริมาณวิตามินซีมากกว่าในมะนาวถึงประมาณ 58 เท่า และเมื่อเทียบกับอะเซโรล่า เชอร์รี่ ผลไม้ที่รู้จักกันดีว่าให้วิตามินซีสูง ซึ่งพบว่ามีวิตามินซี 1,357 มิลลิกรัมต่อเนื้อผลสด 100 กรัม แสดงว่าคามูคามูให้วิตามินซีสูงกว่าอะเซโรล่า เชอร์รี่ อีกด้วย และยังมีการศึกษาประโยชน์ด้านสุขภาพพบว่า ผลคามูคามู มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ และต้านการอักเสบ การศึกษาในกลุ่มอาสาสมัครจำนวน100 คนโดยสุ่มให้ดื่มน้ำผลคามู คามู 100% เทียบกับการรับประทานวิตามินซีอัดเม็ด ซึ่งให้ปริมาณวิตามินซีเท่ากันคือ 1,050 มก. ต่อเนื่องเป็นเวลา 7 วัน พบว่า กลุ่มที่ดื่มน้ำผลคามู คามู มีระดับตัวชี้วัดของภาวะการเกิดออกซิเดชั่นและภาวะการอักเสบลดลง ในขณะที่กลุ่มซึ่งได้รับวิตามินซีอัดเม็ดไม่ให้ผลดังกล่าว จึงอาจกล่าวสรุปได้ว่าการทานคามู คามู นอกเหนือจากได้รับวิตามินซีแล้ว ยังให้สารต้านอนุมูลอิสระอื่นๆ เช่น แอนโธไซยานิน แคโรทีนอยด์ ที่ให้ประโยชน์ด้านสุขภาพ ในผลสดให้สารแอนโธไซยานินถึง 54 มิลลิกรัม ต่อ 100 กรัม และโพแทสเซียมในคามู คามูยังช่วยในการดูดซึมวิตามินซีให้ดีขึ้นอีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีผลไม้อื่นๆ ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงและได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายมายาวนาน ไม่ว่าจะเป็น พรุนเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่ให้ประโยชน์อย่างมากในการดูแลสุขภาพ เช่น สารต้านอนุมูลอิสระ สารโพลีฟีนอล โพแทสเซียมเหล็ก แมกนีเซียม และใยอาหาร มีสารฟีนอลซึ่งเป็นสารพฤกษเคมีที่มีฤทธิ์ช่วยลดอนุมูลอิสระ ชะลอวัยเสื่อมก่อนเวลาอันควร นอกจากนี้ยังช่วยบำบัดอาการท้องผูกได้เป็นอย่างดีอีกด้วย จึงจัดได้ว่าพรุนเป็นหนึ่งในยอดผลไม้ที่ส่งเสริมสุขภาพอย่างแท้จริง รวมถึง บิลเบอร์รี่ ผลไม้ที่มีการบริโภคในยุโรปและอเมริกามายาวนาน เนื่องจากเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และมีสารพฤษเคมีที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระที่สำคัญ คือแอนโธไซยาโนซายด์ รวมทั้งวิตามินเอ วิตามินซี และเกลือแร่ ฯลฯ มีงานวิจัยของบิลเบอร์รี่และสารสกัดแอนโธไซยาโนซายด์จากบิลเบอร์รี่ พบว่าช่วยส่งเสริมและป้องกันสุขภาพของดวงตาจากความผิดปกติต่างๆ และช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตดีขึ้นใครอยากมีสุขภาพดีและผิวพรรณอ่อนเยาว์ก็ต้องลองหามารับประทานดู
อย่างไรก็ตาม อย่าลืมเพิ่มปริมาณการกินผักและผลไม้ในมื้ออาหารหลักของเราด้วยอาหารเมนูง่ายๆ ที่เราหารับประทานได้ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้ได้วิตามินสูงสุดในการบำรุงสุขภาพ และผิวพรรณ 1.อาหารเมนูผัก อาหารพื้นบ้าน คือ สารพัดน้ำพริก กับผักต้มนานาชนิด หรือเมนูชาวใต้ที่อุดมไปด้วยผักเคียงกับอาหารรสจัดจ้าน ตามด้วยเมนูคนเมือง เช่น ผัดไทผัดเปรี้ยวหวาน ขนมจีนน้ำยา กินกับผักสด หรือผักลวก นอกจากนี้ยังมีอาหารเวียดนามที่อุดมไปด้วยผักเช่นกัน ได้แก่ แหนมเนือง ปอเปี๊ยะสด2.น้ำผลไม้ปลอดน้ำตาล เพิ่มความสดชื่นในยามเช้า แทนการดื่มชา กาแฟน้ำหวาน หรือน้ำอัดลม ช่วยให้สมองทำงานได้ดี 3.กินผลไม้สดเป็นอาหารว่าง หรือจะเปลี่ยนเป็นโยเกิร์ตผสมผลไม้ สลับกับเต้าฮวยฟรุตสลัด ก็จะช่วยเพิ่มวิตามิน ได้ดีอีกด้วย

/ขอบคุณ สสส