«

»

Sep 06

สาวหลอกแต่งเชิดเงินหนี ไม่เข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกง

หนุ่มสายเปซวยซ้ำ!อดีตผู้พิพากษา แจงข้อกม.สาวแสบ หลอกหนุ่น ๆ แต่งงานแล้วเชิดเงินหนี ไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง เหตุข้อความอันเป็นเท็จจะต้องเป็นข้อความในอดีตหรือปัจจุบันเท่านั้น จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก โพสต์เพื่อเตือนภัยผู้ชายว่ามีผู้หญิงหลอกแต่งงานกับผู้ชาย 4 ราย ภายใน 1 เดือน เพื่อเอาเงินสินสอด  เมื่อวันที่ 6 ก.ย.นายชนบท ศุภศรี อดีตผู้พิพากษา ได้โพสต์ข้อความถึงกรณีดังกล่าวว่า ” ฉ้อโกง “

ข่าวผู้ชายเรียงแถวกว่า 10 คน เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับสาวเจ้าที่อ้างว่าหลอกให้แต่งงานและเชิดสินสอดไป ส่วนข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไรนั้น ผมไม่ทราบเพราะไม่ได้ถูกหลอกให้แต่งงานด้วย แต่” ถึงเขาหลอกก็เต็มใจให้หลอก ” ..( ถ้าสาวเจ้าสวยกว่านี้ )การกระทำความผิดฐานฉ้อโกงนั้นมี 2 ส่วน ส่วนหนึ่งคือ การหลอกลวงด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ กับอีกส่วนหนึ่งคือ การปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง

จากข้อความที่ว่า แสดงข้อความอันเป็นเท็จเป็นที่เข้าใจอยู่ในตัวว่า ในขณะนั้นจะต้องมีความจริงอยู่ว่าเป็นอย่างไร แล้วได้มีการกล่าวข้อเท็จจริงหรือยืนยันข้อเท็จจริงบิดเบือนไปจากข้อเท็จจริง ดังนั้นข้อความอันเป็นเท็จจะต้องเป็น ” ข้อความในอดีตหรือในปัจจุบัน ” เพราะถ้าเป็นเหตุการณ์ในอนาคตแล้วยังไม่ทราบว่าจริงหรือเท็จอย่างไร จึงเกิดหลักที่ว่า การกล่าวข้อเท็จจริงใดถ้าเป็นการให้ “คำมั่นหรือกล่าวถึงเหตุการณ์ในอนาคตแล้วไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง” แต่อย่างไร

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 707/2516

จำเลยเอาเงินของผู้เสียหายไป อ้างว่านำไปเพื่อซื้อเบี้ยเลี้ยงตำรวจ และจะให้ผลประโยชน์แก่ผู้เสียหาย เป็นเรื่องที่จำเลยยืมเงินไปโดยให้คำมั่นสัญญาว่าจะใช้เงินนั้น ” เพื่อกิจการของจำเลยเองในโอกาสข้างหน้า ” มิได้เป็นการเอาความเท็จมากล่าวหรือแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดความจริงซึ่งมีอยู่แล้วในขณะนั้น แม้จำเลยจะไม่เอาเงินนั้นไปซื้อเบี้ยเลี้ยงตำรวจก็เป็นเรื่องผิดคำมั่นสัญญาเท่านั้น ไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง

นอกจากนี้นายชนบทยังยกตัวอย่างเชิงขำๆให้เข้าใจง่ายๆ ด้วยว่า ปัญหา…หนูแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริง ซึ่งควรบอกให้แจ้งตรงไหนค่ะ หนูก็แต่งงานด้วยแล้ว นอนด้วยแล้ว เสียตัวแล้ว หนูผิดด้วยหรือค่ะ จะให้หนูเจ็บตัวฟรีหรือจ๊ะคุณตำรวจ. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews